
EP784: ปี 2568… ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง
ปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา “โต ติงต๊อง” ยอมรับอย่างไร้คำแก้ตัวถึงความขี้เกียจทำ VLOG
หน้าแรก » บ่นตัวเอง

ปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา “โต ติงต๊อง” ยอมรับอย่างไร้คำแก้ตัวถึงความขี้เกียจทำ VLOG

เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว “โต ติงต๊อง” ได้เริ่มทำธุรกิจของตัวเองอย่างเป็นทางการและเข้าใจว่าใบเสนอราคาเป็นเอกสารฉบับแรกที่ต้องส่งให้ลูกค้า และต้องให้รายละเอียดให้มากที่สุดเพื่อให้มีผลทางกฎหมาย… “โต ติงต๊อง” ทำแบบนี้มาตลอด
ปัจจุบัน “โต ติงต๊อง” มีโอกาสทำงานหลายบทบาทหน้าที่ในสายงานเสียงมืออาชีพ แต่ไม่ใช่ทุกบทบาทหน้าที่จะทำเพื่อความสุขของลูกค้าเพราะมีไม่น้อยที่เกิดขึ้นจากความต้องการพิทักษ์ผลประโยชน์พึงได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “นายทวารวิพากย์ความดัง” (ชื่อนี้ตั้งเอง

เป็นเรื่องปกติที่นักดนตรีสามารถนำเครื่องดนตรีส่วนตัวขึ้นเวทีประกวด โดยสิ่งที่นำขึ้นบนเวทีมักมีขอบเขตชัดเจนว่าอะไรได้อะไรไม่ได้ แต่ที่เป็นปัญหาและท้าทายที่สุดคือนักร้องเพราะการนำไมโครโฟนส่วนตัวขึ้นมาใช้บนเวทีถือเป็นพื้นที่สีเทาที่ทั้งคนควบคุมเสียงและกองประกวดต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้ฝั่งนักร้องมีเหตุผลที่น่าเชื่อถือและมองการห้ามใช้ไมโครโฟนส่วนตัวบนเวทีประกวดดนตรีเป็นเรื่องไร้สาระก็ตาม ในฐานะที่ “โต ติงต๊อง” เคยควบคุมเสียงในงานประกวดดนตรีมาบ้าง

ถ้าคุณทำธุรกิจ คุณคงรู้ว่ามันช่างยากมากมายที่จะให้ความสำคัญลูกค้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน เพราะถ้าทำเช่นนั้นคงไม่ได้หลับไม่ได้นอนหรือต้องมีฝ่ายขายจำนวนมากอย่างแน่นอน “การจัดหมวดหมู่ลูกค้า” ที่ “โต ติงต๊อง” อธิบายให้ฟังใน

“ทุกเทศกาลสงกรานต์ต้องมีงานมหรสพ” ประโยคนี้เชื่อว่าไม่มีใครเห็นต่างเพราะสองสิ่งนี้อยู่คู่กันมาตั้งแต่นมนานกาเลแล้ว และเมื่อมีมหรสพในงานสงกรานต์ก็ต้องมีการสาดน้ำ แล้วจะสาดไปหาใครล่ะนอกจากคนที่เล่นน้ำ ? ก็คนบนเวทีไง ! โดยคนที่รับผลกระทบมากที่สุดเห็นทีเป็นนักร้องหรือศิลปินเพราะต้องเดินทั่วเวทีเพื่อเอนเตอร์เทนคนดูตลอดเวลา
VLOG ตอนนี้สำหรับหลายคนคงเปิดดูแว้บ ๆ แล้วช่างแม่ง แต่สำหรับ “โต ติงต๊อง” กลับเป็นประสบการณ์ที่จะอยู่ติดตัวไปตลอดชีวิต

ความน่าแปลกใจอย่างหนึ่งของการเป็น “โต ติงต๊อง” คือน้ำหนักของคำพูดที่ส่งออกไปสู่สาธารณะ ส่วนตัวไม่เคยคิดว่า YouTube Channel เล็ก

VLOG ตอนนี้ “โต ติงต๊อง” ขอขอบคุณการสนับสนุนของทุกคนที่อยุ่ด้วยกันมากว่า 5 ปี การเดินทางครั้งนี้ยาวนานและถ้าปราศจากการให้กำลังใจของทุกคนคงจะไม่บานปลายมาถึง
พวกเราทุกคนย่อมรู้ว่าสังคมประกอบด้วยสมาชิกที่มีภูมิหลัง, ความรู้ และประสบการณ์ต่อเรื่องใด ๆ แตกต่างกัน ดังนั้นความเห็นต่างย่อมเกิดขึ้นได้เสมอจนกลายเป็นวลีที่ว่า “โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา” แต่เคยสังเกตกันไหมว่าในเหตุการณ์ใด
เวลาได้ยินบรรดาเจ้าของหรือ CEO พูดถึงพันธกิจของบริษัทประมาณว่าอยากส่งเสริม, พัฒนา หรือหวังให้สังคมดีขึ้น ส่วนตัว “โต ติงต๊อง”
เป็นเรื่องปรกติเวลา “โต ติงต๊อง” ไปกินข้าวกับเพื่อนแล้วโดนถามว่า “ทำไมต้องทำตัวขวางทางลูกค้าอยู่เรื่อย ? ลูกค้าสั่งให้ทำอะไรก็ควรทำถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงไม่ใช่เหรอ ?”